Fenty Beauty กับ Huda Beauty: แบรนด์ไหนดีกว่าสำหรับผิวของคุณ?
By Fenty Beauty by Rihanna | Beauty for All | Published: 2026-08-01
Category: Comparisons
Fenty Beauty และ Huda Beauty เป็นแบรนด์เครื่องสำอางยอดนิยมสองแบรนด์ เราจะมาเปรียบเทียบรองพื้น ผลิตภัณฑ์ผิว และสกินแคร์ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าแบรนด์ไหนเหมาะกับผิวของคุณที่สุด
เมื่อพูดถึงแบรนด์ความงามที่โด่งดังไปทั่วโลก Fenty Beauty by Rihanna และ Huda Beauty by Huda Kattan คือสองชื่อที่ติดอันดับต้นๆ เสมอมา ทั้งสองแบรนด์สร้างฐานแฟนคลับจำนวนมากด้วยการสนับสนุนความหลากหลาย นวัตกรรม และสูตรที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ถ้าคุณกำลังลังเลระหว่างสองแบรนด์นี้ จะเลือกอย่างไรดี? ในการเปรียบเทียบครั้งนี้ เราจะเจาะลึกถึงปรัชญา สินค้า และสูตรหลักของทั้งสองแบรนด์ โดยเฉพาะในกลุ่มรองพื้นและผลิตภัณฑ์ผิว เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าแบรนด์ไหนเหมาะกับผิวของคุณมากกว่า
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่แต่งหน้าน้อยหรือสายแต่งเต็มขั้น การเข้าใจจุดแข็งของแต่ละแบรนด์สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก เราจะพิจารณาช่วงเฉดสี ความเข้ากันได้กับสภาพผิว และประสบการณ์โดยรวมของแบรนด์ เพื่อให้คุณเลือกได้อย่างมั่นใจ เริ่มกันเลย
ปรัชญาแบรนด์และความหลากหลาย
Fenty Beauty เปิดตัวในปี 2017 ด้วยพันธกิจที่ชัดเจน: ความงามสำหรับทุกคน แบรนด์ของริฮานน่าสร้างการเปลี่ยนแปลงในวงการทันทีด้วยรองพื้น 40 เฉดสี ซึ่งเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับความหลากหลาย ปัจจุบัน Fenty Beauty ยังคงขยายช่วงเฉดสีในผลิตภัณฑ์ผิวทั้งหมด เพื่อให้ทุกโทนสีผิวสามารถหาเฉดสีที่ตรงกันได้อย่างแท้จริง ความมุ่งมั่นในความหลากหลายของแบรนด์ไม่ได้จำกัดแค่เฉดสี แต่ยังรวมถึงสูตรที่ตอบโจทย์สภาพผิวและความต้องการที่หลากหลาย
Huda Beauty ก่อตั้งโดยอินฟลูเอนเซอร์ด้านความงาม Huda Kattan ในปี 2013 ก็ให้ความสำคัญกับความหลากหลายเช่นกัน แต่เน้นความสวยแบบจัดเต็ม แบรนด์ของ Huda โดดเด่นเรื่องลุคที่โดดเด่นและเป็นที่นิยมบน Instagram และรองพื้นอย่างซีรีส์ #FauxFilter ก็มีเฉดสีให้เลือกมากมายเช่นกัน แม้ว่าทั้งสองแบรนด์จะให้ความสำคัญกับความหลากหลาย แต่แนวทางของ Fenty Beauty ดูเข้าถึงได้ง่ายกว่า ในขณะที่ Huda Beauty มักจะเน้นความสวยแบบจัดเต็มและปกปิดมิดชิด
- Fenty Beauty: รองพื้น 50+ เฉดสี ครอบคลุมทุกโทนสีผิวและอันเดอร์โทน
- Huda Beauty: 30+ เฉดสีในแต่ละไลน์รองพื้น เน้นการปกปิดเต็มขั้น
- ทั้งสองแบรนด์มีผลิตภัณฑ์สำหรับสภาพผิวที่หลากหลาย ตั้งแต่ผิวมันถึงผิวแห้ง
ศึกชิงบัลลังก์รองพื้น: Fenty vs. Huda
เมื่อพูดถึงรองพื้น ทั้งสองแบรนด์มีสูตรที่ได้รับความนิยมสูง Fenty Beauty Pro Filt'r Soft Matte Longwear Foundation คือตัวเปลี่ยนเกมสำหรับผิวผิวมันและผิวผสม ให้ฟินิชแบบซอฟต์แมตต์ที่ติดทนนานถึง 24 ชั่วโมง ควบคุมความมัน และเบลอรูขุมขน สูตรมีน้ำหนักเบาแต่สามารถเพิ่มการปกปิดได้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลุคที่เป็นธรรมชาติแต่ดูเรียบร้อย Fenty ยังมี Pro Filt'r Hydrating Longwear Foundation สำหรับผิวแห้ง เพื่อให้ทุกคนได้เฉดสีที่ใช่
Huda Beauty #FauxFilter Foundation โด่งดังเรื่องการปกปิดเต็มขั้นและฟินิชที่ไร้ที่ติ ดูเรียบเนียนเหมือนภาพถ่าย เหมาะสำหรับโอกาสพิเศษหรือเมื่อคุณต้องการลุคที่โดดเด่นและสวยในภาพถ่าย อย่างไรก็ตาม สูตรอาจให้ความรู้สึกหนักบนผิว และอาจไม่เหมาะสำหรับการใส่ทุกวัน โดยเฉพาะผิวมัน เพราะอาจต้องเติมระหว่างวัน สำหรับลุคที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น Huda Beauty ยังมี Glowish Multidew Skin Tint แต่ช่วงเฉดสีไม่กว้างเท่า Fenty
- Fenty Pro Filt'r: ซอฟต์แมตต์ ติดทน ควบคุมความมัน 50 เฉดสี
- Huda #FauxFilter: ปกปิดเต็มขั้น ฟินิชเรืองแสง 30 เฉดสี
- พิจารณาสภาพผิวและฟินิชที่ต้องการเมื่อเลือก
ผลิตภัณฑ์ผิว: คอนซีลเลอร์ แป้ง และอื่นๆ
นอกเหนือจากรองพื้น ทั้งสองแบรนด์มีผลิตภัณฑ์ผิวให้เลือกมากมาย คอนซีลเลอร์ของ Fenty Beauty อย่าง Pro Filt'r Instant Retouch Concealer ได้รับคำชมเรื่องเนื้อครีมที่เนียนนุ่ม เกลี่ยง่าย ให้การปกปิดระดับปานกลางถึงเต็มขั้นโดยไม่ตกร่อง มีให้เลือก 50 เฉดสี ใช้ได้ดีสำหรับการเบรนไนท์ใต้ตาและปกปิดจุดด่างดำ Fenty ยังมีแป้งฝุ่น บรอนเซอร์ และบลัชที่ขึ้นชื่อเรื่องการเกลี่ยง่ายและฟินิชที่เป็นธรรมชาติ
คอนซีลเลอร์ของ Huda Beauty อย่าง #FauxFilter Concealer ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน ให้การปกปิดเต็มขั้นด้วยฟินิชที่เรืองแสง เหมาะสำหรับการไฮไลต์และคอนทัวร์ แต่ผู้ใช้บางคนพบว่าเนื้ออาจจะหนาไปหน่อยหากเกลี่ยไม่ดี แป้งฝุ่น Easy Bake Loose Powder ของ Huda เป็นผลิตภัณฑ์ขายดีสำหรับการเบกกิ้งและเซ็ตเครื่องสำอาง แต่อาจทำให้ผิวแห้งเกินไปสำหรับคนผิวแห้ง เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ผิว Fenty Beauty มักมีสูตรที่หลากหลายและเหมาะกับสภาพผิวที่กว้างกว่า
- คอนซีลเลอร์ Fenty: ให้ความชุ่มชื้น ไม่ตกร่อง 50 เฉดสี
- คอนซีลเลอร์ Huda: ปกปิดเต็มขั้น เรืองแสง แต่เนื้ออาจหนา
- สำหรับการใส่ทุกวัน สูตรของ Fenty มักเป็นมิตรกับผิวมากกว่า
สกินแคร์และบอดี้แคร์: แนวทางองค์รวมของ Fenty
แม้ว่าทั้งสองแบรนด์จะเน้นเครื่องสำอาง แต่ Fenty Beauty ได้ขยายไปสู่สกินแคร์และบอดี้แคร์ โดยนำเสนอแนวทางความงามแบบองค์รวม ไลน์สกินแคร์ของแบรนด์อย่าง Fenty Skin มีผลิตภัณฑ์อย่าง Instant Reset Brightening Overnight Recovery Gel Cream ที่มี Niacinamide และ Kalahari Melon Oil ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบสำหรับการให้ความชุ่มชื้นและความกระจ่างใสในเวลากลางคืน Fenty Beauty ยังมีผลิตภัณฑ์บอดี้แคร์อย่าง Body Lava Body Luminizer How Many Carats ที่เพิ่มความเปล่งประกายแวววาวให้ผิว และ Body Startr Set Full Size Trio เหมาะสำหรับเริ่มต้นรูทีนบอดี้แคร์ของคุณ

Huda Beauty ก็มีไลน์สกินแคร์ชื่อ Wishful ที่เน้นการผลัดเซลล์ผิวและความกระจ่างใส แต่ไม่ครอบคลุมเท่าของ Fenty บอดี้แคร์ของ Fenty โดดเด่นเป็นพิเศษด้วยสูตรนวัตกรรมที่ผสานประโยชน์ของสกินแคร์เข้ากับฟินิชที่สวยงาม ตัวอย่างเช่น Body Lava Body Luminizer ไม่เพียงให้ความเปล่งประกายจากภายใน แต่ยังมีส่วนผสมที่บำรุงผิวให้ผิวเนียนนุ่ม
- Fenty Skin มีทรีตเมนต์เฉพาะจุดอย่าง Instant Reset overnight gel cream
- Body Lava เพิ่มความแวววาวพร้อมให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว
- ไลน์ Wishful ของ Huda มีขนาดเล็กกว่าและเน้นกรดผลัดเซลล์
ช่วงเฉดสีและอันเดอร์โทน
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกรองพื้นคือช่วงเฉดสี Fenty Beauty โด่งดังเรื่องช่วงเฉดสีที่กว้างขวาง โดยแบ่งอันเดอร์โทนอย่างละเอียดเป็นโทนอุ่น โทนกลาง และโทนเย็น ความมุ่งมั่นในความหลากหลายของแบรนด์ทำให้แม้แต่โทนสีผิวที่ด้อยโอกาสที่สุดก็สามารถหาเฉดสีที่ตรงกันได้ Huda Beauty ก็มีเฉดสีให้เลือกมากมาย แต่ผู้ใช้บางคนสังเกตว่าอันเดอร์โทนอาจไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในเฉดสีเข้ม
เมื่อเปรียบเทียบกัน การจับคู่เฉดสีของ Fenty Beauty มักแม่นยำกว่า ต้องขอบคุณระบบอันเดอร์โทนที่ละเอียด ทำให้ง่ายต่อการหาเฉดสีที่ใช่ ไม่ว่าคุณจะมีอันเดอร์โทนอุ่นแบบโกลเด้นหรือโทนเย็นแบบชมพู หากคุณมีปัญหาในการหาเฉดสี Fenty Beauty น่าจะมีตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับคุณ
- Fenty: 50 เฉดสี ครอบคลุม 15 อันเดอร์โทน
- Huda: 30 เฉดสี มีตัวเลือกอันเดอร์โทนน้อยกว่า
- ตัวค้นหาเฉดสีของ Fenty ครอบคลุมและแม่นยำกว่า
ราคาและความคุ้มค่า
ทั้งสองแบรนด์อยู่ในกลุ่มเครื่องสำอางระดับพรีเมียม แต่ราคามีความแตกต่างกันบ้าง รองพื้นของ Fenty Beauty ราคาประมาณ $35 ในขณะที่ #FauxFilter ของ Huda Beauty แพงกว่าเล็กน้อยที่ $40 สำหรับคอนซีลเลอร์ Fenty ราคา $28 และ Huda ราคา $29 ในแง่ความคุ้มค่า Fenty Beauty ให้ปริมาณผลิตภัณฑ์มากกว่าเมื่อเทียบกับราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาช่วงเฉดสีที่กว้างกว่าและความมุ่งมั่นในคุณภาพของแบรนด์
นอกจากนี้ Fenty Beauty มักออกเซ็ตคุ้มค่า อย่าง Body Startr Set Full Size Trio ที่ให้คุณลองผลิตภัณฑ์หลายชิ้นในราคาที่ถูกลง Huda Beauty ก็มีเซ็ตเช่นกัน แต่เน้นไปที่ลุคจัดเต็มมากกว่า หากคุณกำลังมองหาความคุ้มค่า Fenty Beauty โดยทั่วไปให้ความคุ้มค่าที่ดีกว่า
- รองพื้น Fenty: $35, Huda: $40
- คอนซีลเลอร์ Fenty: $28, Huda: $29
- เซ็ตของ Fenty ให้ปริมาณผลิตภัณฑ์มากกว่าในราคาเดียวกัน
แบรนด์ไหนเหมาะกับผิวคุณมากกว่า?
คำตอบขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความชอบในการแต่งหน้าของคุณ หากคุณมีผิวมันหรือผิวผสมและชอบฟินิชแมตต์ที่เป็นธรรมชาติและติดทนนาน รองพื้น Pro Filt'r ของ Fenty Beauty คือตัวเลือกที่ชัดเจน สูตรน้ำหนักเบาควบคุมความมันได้โดยไม่รู้สึกหนัก เหมาะสำหรับการใส่ทุกวัน Fenty ยังโดดเด่นในผลิตภัณฑ์ที่ผสานสกินแคร์ อย่าง Instant Reset Brightening Overnight Recovery Gel Cream ที่ช่วยปรับปรุงผิวของคุณเมื่อเวลาผ่านไป
หากคุณชอบลุคจัดเต็มและไม่รังเกียจรองพื้นที่หนักขึ้น #FauxFilter ของ Huda Beauty เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม ให้ฟินิชที่ไร้ที่ติและเรืองแสง เหมาะสำหรับการถ่ายรูปและโอกาสพิเศษ อย่างไรก็ตาม หากคุณมีผิวแห้ง คุณอาจต้องเตรียมผิวให้ดีเพื่อป้องกันการตกร่อง สุดท้ายแล้ว Fenty Beauty มีความหลากหลายมากกว่าและเหมาะกับสภาพผิวที่กว้างกว่า ในขณะที่ Huda Beauty เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการปกปิดสูงสุดและความสวยจัดเต็ม
- สำหรับผิวมัน: Fenty Pro Filt'r ชนะขาด
- สำหรับผิวแห้ง: สูตรที่ให้ความชุ่มชื้นของ Fenty อ่อนโยนกว่า
- สำหรับการปกปิดเต็มขั้น: #FauxFilter ของ Huda ตอบโจทย์
- สำหรับการใส่ทุกวัน: Fenty สวมใส่สบายกว่า
ในการต่อสู้ระหว่าง Fenty Beauty กับ Huda Beauty ไม่มีผู้ชนะที่ชัดเจน—ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความต้องการส่วนบุคคลของคุณ หากคุณให้ความสำคัญกับความหลากหลาย สูตรที่เป็นมิตรกับผิว และผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย Fenty Beauty คือคำตอบ ในทางกลับกัน หากคุณต้องการความสวยจัดเต็มและการปกปิดเต็มขั้น Huda Beauty ก็พร้อมเสิร์ฟ เราขอแนะนำให้ลองทั้งสองแบรนด์เพื่อดูว่าแบรนด์ไหนเข้ากับผิวและสไตล์ของคุณมากกว่า สำหรับจุดเริ่มต้นที่ดี ลองสำรวจช่วงรองพื้นของ Fenty Beauty และค้นหาเฉดสีที่ใช่สำหรับคุณวันนี้



